
Prebiotics คือ ส่วนของอาหารที่ไม่ถูกย่อยในทางเดินอาหาร ซึ่งมีผลทำให้กระตุ้นการเจริญของแบคทีเรียบางชนิดใน
ลำไส้ใหญ่ แบคทีเรียบางชนิดที่ว่าก็จะหมายถึง probiotic นั่นเอง โดยทั่วไปจะเป็นกลุ่ม Bifidobacteria และ
Lactobacilli Probiotics คือ กลุ่มของจุลินทรีย์ที่มีชีวิต ซึ่งเข้าไปอยู่ในระบบของร่างกายมนุษย์และสัตว์ แล้วก่อให้
เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ โดยจุลินทรีย์นั้นทำหน้าที่ช่วยปรับสมดุลของสภาพแวดล้อมใน
ระบบลำไส้สำหรับคำถามที่ว่าดีต่อสุขภาพแง่ไหน แน่นอนอาหารกลุ่มนี้จะมีผลต่อระบบลำไส้ จะเห็นว่า พรีไบโอติก
และโพรไบโอติก จะทำงานร่วมกัน อย่างไรก็ตามจะขอกล่าวแยกประเด็น และอธิบายถึงกลไกด้วย จะได้เข้าใจมากขึ้น
ว่าอาหารเหล่านี้ไปทำอะไรกับระบบลำไส้ของเรา
ประโยชน์ต่อสุขภาพของพรีไบโอติก
จากที่กล่าวมาแล้วว่าพรีไบโอติกจะต้านทานต่อการย่อยในทางเดินอาหารส่วนบน เมื่อเดินทางมาถึง ลำไส้ใหญ่ก็จะ
เป็นอาหารให้กับเชื้อจุลินทรีย์ในลำไส้ใหญ่ และที่สำคัญเชื้อจุลินทรีย์สุขภาพนำไปใช้ได้ดีกว่าเชื้อจุลินทรีย์ชนิดอื่น
และเจริญเติบโตได้ดี ทำให้ปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้น และยังแย่งที่กับจุลินทรีย์ที่ก่อโรคได้ดี จึงทำให้ร่างกายมีความต้าน
ทานต่อการเกิดโรคได้ดีขึ้นต่อสุขภาพที่กล่าวอ้างของพรีไบโอติก ก็จะขอกล่าวเป็น 4 ข้อหลักๆ ได้แก่
1. ผลต่อระบบทางเดินอาหาร
ที่ลำไส้ใหญ่พรีไบโอติกจะเป็นอาหารให้กับแบคทีเรีย ซึ่งเมื่อแบคทีเรียนำไปใช้ก็จะให้พลังงานและสารบางชนิด เช่น
กรดแลกติกและกรดไขมันชนิดสายสั้น (short-chain fatty acids) ซึ่งเป็นผลิตผลจากกระบวนการหมัก ซึ่งการหมัก
นี้จะทำให้มีการกระตุ้นการเจริญของกลุ่มจุลินทรีย์สุขภาพ และสภาวะความเป็นกรดที่เกิดขึ้นจะช่วยยับยั้งการเจริญเติบ
โตของเชื้อแบคทีเรียบางชนิดในลำไส้ได้ เช่น Clostridiumperfringens, Salmonella spp. และ Esherichia coli
เป็นต้น จึงมีผลช่วยป้องกันอาการท้องเดินโดยเฉพาะจากการติดเชื้อได้ นอกจากนี้ด้วยคุณสมบัติเหมือนใยอาหารอื่นๆ
ก็จะช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้ด้วยเนื่องจากผลของการเพิ่มน้ำหนักของอุจจาระและผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้
จึงช่วยให้ขับถ่ายง่ายขึ้น นอกจากนี้ยังมีการศึกษาถึงผลของพรีไบโอติกในการต้านมะเร็ง ซึ่งก็สามารถนำผลที่มีต่อ
ทางเดินอาหารมาอธิบายได้เช่นกัน
2. ผลต่อการดูดซึมแร่ธาตุบางชนิด
จากการหมักพรีไบโอติกโดยแบคทีเรียในลำไส้ได้กรดไขมันชนิดสายสั้น ความเป็นกรดก็จะช่วยในการดูดซึมแร่ธาตุ
บางชนิดได้ เช่น แคลเซียม เหล็ก แมกเนเซียม และสังกะสี นอกจากนี้อาจด้วยกลไกที่ทำให้มีการดึงน้ำเข้ามาช่วยใน
การละลายเกลือแร่ต่างๆ ได้ จึงมีการคาดการว่าน่าจะส่งผลช่วยลดความเสี่ยงต่อกระดูกพรุนได้
3. ผลต่อการเผาผลาญไขมัน
มีการศึกษาเกี่ยวกับการช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ (triglyceride) แต่ยังไม่มีข้อมูลมากนัก ส่วนเรื่องของการลด
คอเลสเตอรอลก้เช่นกัน อย่างไรก็ตามมีผู้เสนอกลไกที่เป็นไปได้ คือ การที่จุลินทรีย์สุขภาพเจริญจำนวนมากขึ้นก็จะ
ช่วยย่อยสลายคอเลสเตอรอล และยับยั้งการดูดซึมผ่านผนังลำไส้ หรืออาจเนื่องจากผลจากกระบวนการหมักที่ได้กรด
ไขมันสายสั้นบางชนิด โดยเฉพาะกรดโพรพิโอนิก (propionic acid) ซึ่งไปยับยั้งการสังเคราะห์ไขมันรวมทั้งคอเล
สเตอรอล ดังนั้นพรีไบโอติกอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็งซึ่งมีสาเหตุจากไขมันได้
4. ผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของระบบทางเดินอาหาร
พบว่าพรีไบโอติกสามารถช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน โดยมีผลต่อการทำหน้าที่ของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับ
ภูมิต้านทานในลำไส้ มีผลเพิ่มความแข็งแรงของเซลล์เยื่อบุผิวของลำไส้ซึ่งสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ดีด้วย รวมถึง
มีผลต่อจำนวนและการทำงานของจุลินทรีย์สุขภาพ
โดยสรุป พรีไบโอติกช่วยลดความเสี่ยงต่อโรค ได้แก่ บรรเทาอาการท้องผูก เนื่องจากผลของการเพิ่มปรมาตรอุจจาระ
และผลต่อการเคลื่อนไหวของลำไส้ ช่วยป้องกันท้องเสียท้องเดิน โดยเฉพาะจากการติดเชื้อ ลดความเสี่ยงต่อโรค
กระดุกพรุน เนื่องจากช่วยเรื่องการดูดซึมของแคลเซียม ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดแข็งซึ่งมีสาเหตุจากไขมัน
ที่มา พรีไบโอติกและโพรไบโอติก :อาหารสุขภาพ
อาจารย์ ภญ.ดร.สุญาณี พงษ์ธนานิกร
ภาควิชาอาหารเคมี คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
3 พฤศจิกายน 2549